ข้ามไปยังเนื้อหา

Claim help

เกิดเหตุกับรถ ทำอะไรก่อนดี

เมื่อเกิดเหตุ หลายคนไม่แน่ใจว่าควรเริ่มจากตรงไหน หน้านี้สรุปสิ่งที่ควรทำในชั่วโมงแรกแบบทั่วไป ขั้นตอนจริงของแต่ละบริษัทประกันอาจต่างกัน ให้ยึดตามที่เจ้าหน้าที่บริษัทประกันแนะนำเป็นหลัก

ฉบับร่าง อยู่ระหว่างตรวจสอบ ขั้นตอนจริงเป็นไปตามเงื่อนไขกรมธรรม์และบริษัทประกันของคุณ

ถ้ามีคนบาดเจ็บ มีควัน ไฟ หรือกลิ่นไหม้ ให้ดูแลความปลอดภัยของทุกคนก่อนเรื่องรถและเอกสาร ออกห่างจากรถและถนน แล้วโทรแจ้งหน่วยฉุกเฉิน เช่น 1669 สำหรับเหตุเจ็บป่วยฉุกเฉิน หรือ 191 สำหรับแจ้งเหตุกับตำรวจ

ให้โทรเบอร์แจ้งเคลมของบริษัทประกันที่พิมพ์อยู่ในกรมธรรม์ บริษัทประกันเป็นผู้รับแจ้งและพิจารณาเคลม ถ้าต้องการสอบถามเรื่องกรมธรรม์ที่ซื้อผ่านเรา ติดต่อได้ทาง LINE @unlimit.insure หรือโทร 091-444-5542

ชนกับรถคันอื่น

เกิดการชนหรือเฉี่ยวกับรถคันอื่น และมีคู่กรณีอยู่ที่จุดเกิดเหตุ

  1. 1

    ดูแลความปลอดภัยก่อน

    เปิดไฟฉุกเฉิน ถ้าทำได้อย่างปลอดภัยให้วางป้ายหรือกรวยเตือนด้านหลังรถ เช็กว่ามีใครบาดเจ็บหรือไม่ ถ้ามีให้โทรแจ้งหน่วยฉุกเฉินทันที

  2. 2

    ถ่ายรูปก่อนเคลื่อนรถ

    ถ่ายรูปรถทั้งสองคันให้เห็นตำแหน่งบนถนน จุดที่เสียหาย ป้ายทะเบียน และสภาพแวดล้อมรอบ ๆ ถ้าต้องเคลื่อนรถเพื่อความปลอดภัยหรือเพื่อไม่ให้กีดขวาง ให้ถ่ายรูปไว้ก่อน

  3. 3

    แลกข้อมูลกับคู่กรณี

    จดชื่อ เบอร์โทร ทะเบียนรถ และบริษัทประกันของคู่กรณี ถ่ายรูปใบขับขี่หรือเอกสารที่คู่กรณียินยอมให้ถ่ายไว้ ถ้ามีพยานให้ขอเบอร์ติดต่อไว้ด้วย

  4. 4

    โทรแจ้งเคลมกับบริษัทประกัน

    โทรเบอร์แจ้งเคลมที่อยู่ในกรมธรรม์ของคุณ แจ้งสถานที่ เวลา และเล่าเหตุการณ์ตามจริง โดยทั่วไปบริษัทประกันอาจส่งเจ้าหน้าที่มาที่จุดเกิดเหตุหรือแนะนำขั้นตอนต่อทางโทรศัพท์

  5. 5

    รอเจ้าหน้าที่หรือทำตามคำแนะนำ

    ถ้าเจ้าหน้าที่ของบริษัทประกันแนะนำให้แจ้งความหรือบันทึกประจำวัน ให้ทำตามคำแนะนำ เก็บเลขรับแจ้งเคลมและเอกสารที่ได้รับไว้ให้ครบ

เอกสารที่ควรเตรียม

  • กรมธรรม์หรือหน้าตารางกรมธรรม์ (ฉบับจริงหรือไฟล์ในเครื่อง)
  • ใบขับขี่ของผู้ขับขี่ขณะเกิดเหตุ
  • บัตรประชาชนของผู้เอาประกัน
  • สำเนาทะเบียนรถ
  • รูปถ่ายจุดเกิดเหตุและความเสียหาย
  • ข้อมูลคู่กรณีและพยาน (ถ้ามี)
  • เลขรับแจ้งเคลม

สิ่งที่ไม่ควรทำ

  • ไม่ยอมรับผิดหรือเซ็นเอกสารยอมรับผิดก่อนคุยกับเจ้าหน้าที่บริษัทประกัน
  • ไม่ตกลงจ่ายเงินหรือรับเงินเพื่อจบเรื่องกันเองโดยไม่แจ้งบริษัทประกัน
  • ไม่ทะเลาะหรือเผชิญหน้ากับคู่กรณี ถ้าไม่ปลอดภัยให้อยู่ในรถหรือออกห่างแล้วแจ้งตำรวจ
  • ไม่ขับรถออกจากจุดเกิดเหตุก่อนแลกข้อมูลกับคู่กรณี

ชนแบบไม่มีคู่กรณี

ถอยชนเสา เฉี่ยวกำแพง หรือพบรถเสียหายโดยไม่รู้ว่าใครทำ

  1. 1

    ดูความปลอดภัยของตัวคุณและรถ

    ถ้ารถยังขับได้และอยู่ในจุดอันตราย ให้ย้ายไปจุดที่ปลอดภัยก่อน ถ้ามีไฟเตือนผิดปกติ ของเหลวรั่ว หรือกลิ่นไหม้ อย่าขับต่อ

  2. 2

    ถ่ายรูปความเสียหายและสถานที่

    ถ่ายรูปจุดที่เสียหายทั้งระยะใกล้และระยะไกล รวมถึงสิ่งที่ชน เช่น เสาหรือกำแพง ถ้าพบรถเสียหายขณะจอด ให้ถ่ายรูปจุดที่จอดไว้ด้วย

  3. 3

    มองหากล้องหรือพยาน

    ถ้ารถถูกชนขณะจอด ลองดูว่ามีกล้องหน้ารถ กล้องวงจรปิดของอาคาร หรือคนที่เห็นเหตุการณ์หรือไม่ ข้อมูลนี้อาจช่วยให้ระบุคู่กรณีได้

  4. 4

    โทรแจ้งเคลมกับบริษัทประกัน

    โทรเบอร์แจ้งเคลมในกรมธรรม์ และแจ้งตามจริงว่าไม่มีคู่กรณีหรือระบุคู่กรณีไม่ได้ เจ้าหน้าที่จะแนะนำขั้นตอนต่อ เช่น การนัดตรวจสภาพรถหรือการนำรถเข้าซ่อม

  5. 5

    เช็กเงื่อนไขในกรมธรรม์ของคุณ

    โดยทั่วไปการชนแบบไม่มีคู่กรณีมักคุ้มครองตัวรถในประกันชั้น 1 และอาจมีค่าเสียหายส่วนแรกตามเงื่อนไขกรมธรรม์ ดูรายละเอียดได้ในกรมธรรม์ของคุณ

เอกสารที่ควรเตรียม

  • กรมธรรม์หรือหน้าตารางกรมธรรม์ (ฉบับจริงหรือไฟล์ในเครื่อง)
  • ใบขับขี่ของผู้ขับขี่ขณะเกิดเหตุ
  • บัตรประชาชนของผู้เอาประกัน
  • สำเนาทะเบียนรถ
  • รูปถ่ายความเสียหายและสถานที่
  • เลขรับแจ้งเคลม

สิ่งที่ไม่ควรทำ

  • ไม่เล่าเหตุการณ์ต่างจากที่เกิดขึ้นจริง เช่น บอกว่ามีคู่กรณีทั้งที่ไม่มี
  • ไม่นำรถเข้าซ่อมเองก่อนแจ้งบริษัทประกัน
  • ไม่ทิ้งเวลานานก่อนแจ้งเคลม

รถโดนน้ำท่วม

น้ำท่วมถนนหรือที่จอดรถ และน้ำเข้าตัวรถหรือห้องเครื่อง

  1. 1

    ความปลอดภัยของคนมาก่อนรถ

    ถ้าน้ำยังขึ้นอยู่หรือไหลแรง อย่าลงไปลุยเพื่อเอารถออก ออกจากพื้นที่และติดตามประกาศของหน่วยงานในพื้นที่

  2. 2

    อย่าสตาร์ทรถ

    ถ้าน้ำเข้าห้องเครื่องหรือห้องโดยสาร อย่าสตาร์ทหรือพยายามขับออก เพราะอาจทำให้เครื่องยนต์หรือระบบไฟฟ้าเสียหายเพิ่ม

  3. 3

    ถ่ายรูประดับน้ำและความเสียหาย

    เมื่อปลอดภัย ให้ถ่ายรูปรถให้เห็นระดับน้ำเทียบกับตัวรถ ภายในห้องโดยสาร และสถานที่จอด ถ้าน้ำลดแล้วให้ถ่ายคราบน้ำที่เหลืออยู่ด้วย

  4. 4

    โทรแจ้งเคลมกับบริษัทประกัน

    โทรเบอร์แจ้งเคลมในกรมธรรม์ แจ้งว่ารถโดนน้ำท่วม และถามว่าควรเคลื่อนย้ายรถอย่างไร โดยทั่วไปบริษัทประกันอาจแนะนำให้ใช้รถยกแทนการขับ

  5. 5

    เช็กว่าแผนของคุณคุ้มครองน้ำท่วมหรือไม่

    บางแผนรวมความคุ้มครองน้ำท่วมไว้ บางแผนไม่มี ดูได้ในกรมธรรม์ของคุณ ความคุ้มครองจริงเป็นไปตามเงื่อนไขและข้อยกเว้นของกรมธรรม์

เอกสารที่ควรเตรียม

  • กรมธรรม์หรือหน้าตารางกรมธรรม์ (ฉบับจริงหรือไฟล์ในเครื่อง)
  • ใบขับขี่ของผู้ขับขี่ขณะเกิดเหตุ
  • บัตรประชาชนของผู้เอาประกัน
  • สำเนาทะเบียนรถ
  • รูปถ่ายระดับน้ำและความเสียหาย
  • เลขรับแจ้งเคลม

สิ่งที่ไม่ควรทำ

  • ไม่สตาร์ทรถหรือพยายามขับฝ่าน้ำออกมา
  • ไม่ขับรถลุยน้ำท่วมโดยตั้งใจ
  • ไม่ลงไปในน้ำที่ไหลแรงหรือลึกเพื่อเอารถออก
  • ไม่ถอดหรือซ่อมชิ้นส่วนเองก่อนบริษัทประกันตรวจสภาพ

รถหาย

กลับมาแล้วไม่พบรถในที่จอด หรือรถถูกลักไป

  1. 1

    เช็กให้แน่ใจก่อน

    ลองนึกว่าจอดไว้ตรงไหน และถามเจ้าหน้าที่อาคารหรือที่จอดว่ารถถูกยกหรือเคลื่อนย้ายหรือไม่ ถ้ามีระบบติดตามรถหรือแอปของรถ ให้ลองเช็กตำแหน่ง

  2. 2

    แจ้งตำรวจโดยเร็ว

    ถ้าแน่ใจว่ารถหาย ให้แจ้งความที่สถานีตำรวจในพื้นที่ที่เกิดเหตุ และขอสำเนาหลักฐานการแจ้งความไว้ โดยทั่วไปการเคลมรถหายมักต้องใช้เอกสารนี้

  3. 3

    โทรแจ้งเคลมกับบริษัทประกัน

    โทรเบอร์แจ้งเคลมในกรมธรรม์ แจ้งว่ารถหาย พร้อมเลขที่การแจ้งความ เจ้าหน้าที่จะแจ้งขั้นตอนและเอกสารที่ต้องใช้

  4. 4

    รวบรวมข้อมูลที่ช่วยได้

    ขอภาพจากกล้องวงจรปิดของอาคารหรือที่จอด เก็บกุญแจรถทุกดอกไว้ และเตรียมเอกสารรถให้พร้อม

เอกสารที่ควรเตรียม

  • กรมธรรม์หรือหน้าตารางกรมธรรม์ (ฉบับจริงหรือไฟล์ในเครื่อง)
  • ใบขับขี่ของผู้ขับขี่ขณะเกิดเหตุ
  • บัตรประชาชนของผู้เอาประกัน
  • สำเนาทะเบียนรถ
  • สำเนาหลักฐานการแจ้งความ
  • กุญแจรถทุกดอก
  • เล่มทะเบียนรถ (ถ้าบริษัทประกันขอ)
  • เลขรับแจ้งเคลม

สิ่งที่ไม่ควรทำ

  • ไม่รอนานก่อนแจ้งตำรวจและบริษัทประกัน
  • ไม่ติดต่อหรือโอนเงินให้คนที่อ้างว่าจะช่วยตามรถคืน
  • ไม่ทิ้งกุญแจหรือเอกสารรถไว้ในรถ

ไฟไหม้รถ

มีควัน ประกายไฟ หรือไฟไหม้ที่ตัวรถ

  1. 1

    ออกจากรถและออกห่างทันที

    ดับเครื่อง ให้ทุกคนออกจากรถ และออกห่างจากรถให้มากพอ อย่ากลับเข้าไปเอาของ ความปลอดภัยของคนสำคัญกว่าทรัพย์สินในรถ

  2. 2

    โทรแจ้งหน่วยฉุกเฉิน

    โทรแจ้งหน่วยดับเพลิงหรือหน่วยฉุกเฉินในพื้นที่ ถ้ามีคนบาดเจ็บให้โทร 1669

  3. 3

    ถ่ายรูปเมื่อปลอดภัยแล้ว

    เมื่อไฟดับแล้วและเจ้าหน้าที่อนุญาต ให้ถ่ายรูปรถและสถานที่ ถ้ามีคนถ่ายวิดีโอไว้ขณะเกิดเหตุ ให้ขอไฟล์ไว้

  4. 4

    โทรแจ้งเคลมและถามเรื่องเอกสาร

    โทรเบอร์แจ้งเคลมในกรมธรรม์ และถามว่าต้องแจ้งความหรือใช้เอกสารจากหน่วยงานใดหรือไม่ โดยทั่วไปบริษัทประกันอาจขอหลักฐานการแจ้งความสำหรับกรณีไฟไหม้

เอกสารที่ควรเตรียม

  • กรมธรรม์หรือหน้าตารางกรมธรรม์ (ฉบับจริงหรือไฟล์ในเครื่อง)
  • ใบขับขี่ของผู้ขับขี่ขณะเกิดเหตุ
  • บัตรประชาชนของผู้เอาประกัน
  • สำเนาทะเบียนรถ
  • รูปถ่ายรถและสถานที่
  • หลักฐานการแจ้งความหรือเอกสารจากหน่วยงาน (ถ้าบริษัทประกันขอ)
  • เลขรับแจ้งเคลม

สิ่งที่ไม่ควรทำ

  • ไม่พยายามดับไฟเองถ้าไฟลุกลามแล้ว
  • ไม่เปิดฝากระโปรงหน้าเมื่อมีควันหรือไฟ
  • ไม่กลับเข้าไปในรถเพื่อเอาของ

กระจกแตกหรือร้าว

กระจกบังลมหน้าหรือกระจกรอบคันแตก ร้าว หรือมีรอยกะเทาะจากหินหรือวัตถุ

  1. 1

    ดูว่ายังขับต่อได้อย่างปลอดภัยไหม

    ถ้ารอยร้าวบังสายตาหรือกระจกอาจหลุด ให้จอดในที่ปลอดภัยและไม่ขับต่อ ถ้าเป็นรอยเล็กและมองเห็นชัด ให้ขับช้า ๆ ไปยังจุดที่ปลอดภัยแล้วค่อยแจ้ง

  2. 2

    ถ่ายรูปรอยแตกหรือร้าว

    ถ่ายรูปรอยแตกทั้งระยะใกล้และทั้งบาน และถ่ายป้ายทะเบียนรถไว้ด้วย ถ้ามีวัตถุที่กระเด็นมาชนหรือเหตุการณ์อื่นร่วมด้วย ให้ถ่ายไว้

  3. 3

    โทรแจ้งเคลมกับบริษัทประกัน

    โทรเบอร์แจ้งเคลมในกรมธรรม์ และถามว่าแผนของคุณคุ้มครองกระจกอย่างไร ควรซ่อมหรือเปลี่ยนที่ไหน โดยทั่วไปบริษัทประกันจะแนะนำร้านหรืออู่ที่ทำงานด้วย

  4. 4

    ถามเรื่องอุปกรณ์ที่ติดกับกระจก

    ถ้ารถมีกล้องหรือเซนเซอร์ติดกับกระจกบังลมหน้า ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ด้วย เพราะอาจต้องตั้งค่าใหม่หลังเปลี่ยนกระจก

เอกสารที่ควรเตรียม

  • กรมธรรม์หรือหน้าตารางกรมธรรม์ (ฉบับจริงหรือไฟล์ในเครื่อง)
  • ใบขับขี่ของผู้ขับขี่ขณะเกิดเหตุ
  • บัตรประชาชนของผู้เอาประกัน
  • สำเนาทะเบียนรถ
  • รูปถ่ายรอยแตกหรือร้าว
  • เลขรับแจ้งเคลม

สิ่งที่ไม่ควรทำ

  • ไม่เปลี่ยนกระจกเองก่อนแจ้งบริษัทประกัน
  • ไม่ขับต่อถ้ารอยร้าวบังสายตา
  • ไม่ลอกฟิล์มหรือแกะชิ้นส่วนก่อนบริษัทประกันตรวจสภาพ

แบตเตอรี่รถไฟฟ้าเสียหาย

รถ EV ถูกชนใต้ท้อง กระแทกแรง โดนน้ำ หรือมีไฟเตือนระบบแบตเตอรี่

  1. 1

    ถ้ามีควัน กลิ่นไหม้ หรือเสียงผิดปกติ ให้ออกห่าง

    ให้ทุกคนออกจากรถและออกห่าง แล้วโทรแจ้งหน่วยฉุกเฉิน แจ้งด้วยว่าเป็นรถไฟฟ้า อย่ากลับเข้าไปในรถ

  2. 2

    หยุดใช้รถและไม่ชาร์จ

    ถ้ามีไฟเตือนเกี่ยวกับแบตเตอรี่หรือระบบไฟฟ้าแรงสูง หรือเพิ่งกระแทกใต้ท้องรถ ให้จอดในที่โล่งและปลอดภัย ไม่ขับต่อและไม่ชาร์จจนกว่าจะได้ตรวจเช็ก

  3. 3

    ถ่ายรูปและบันทึกไฟเตือน

    ถ่ายรูปจุดที่เสียหาย ใต้ท้องรถถ้ามองเห็นได้อย่างปลอดภัย และหน้าจอที่แสดงไฟเตือนหรือข้อความผิดปกติ

  4. 4

    โทรแจ้งเคลมและแจ้งว่าเป็นรถ EV

    โทรเบอร์แจ้งเคลมในกรมธรรม์ แจ้งว่าเป็นรถไฟฟ้าและเล่าอาการที่พบ ถามเรื่องการเคลื่อนย้ายรถ โดยทั่วไปอาจแนะนำให้ใช้รถยกแบบสไลด์แทนการลาก

  5. 5

    เช็กเงื่อนไขความคุ้มครองแบตเตอรี่

    กรมธรรม์สำหรับรถ EV มักระบุวิธีดูแลแบตเตอรี่ไว้ และอาจมีการคำนวณค่าเสื่อมตามอายุแบตเตอรี่ ดูรายละเอียดได้ในกรมธรรม์ของคุณ

เอกสารที่ควรเตรียม

  • กรมธรรม์หรือหน้าตารางกรมธรรม์ (ฉบับจริงหรือไฟล์ในเครื่อง)
  • ใบขับขี่ของผู้ขับขี่ขณะเกิดเหตุ
  • บัตรประชาชนของผู้เอาประกัน
  • สำเนาทะเบียนรถ
  • รูปถ่ายความเสียหายและหน้าจอไฟเตือน
  • เลขรับแจ้งเคลม

สิ่งที่ไม่ควรทำ

  • ไม่แตะหรือพยายามเปิดชุดแบตเตอรี่หรือสายไฟแรงสูงเอง
  • ไม่ชาร์จรถหลังเกิดเหตุก่อนได้ตรวจเช็ก
  • ไม่จอดรถที่มีอาการผิดปกติไว้ในที่อับหรือใกล้อาคาร ถ้าเลี่ยงได้

คำถามเรื่องเคลม

ควรแจ้งเคลมกับใคร

แจ้งกับบริษัทประกันผ่านเบอร์แจ้งเคลมที่พิมพ์อยู่ในกรมธรรม์ บริษัทประกันเป็นผู้รับแจ้งและพิจารณาเคลม

Unlimit ช่วยเรื่องเคลมได้แค่ไหน

หน้านี้ช่วยให้คุณรู้ว่าควรทำอะไรก่อนหลัง และหาเบอร์แจ้งเคลมได้ในกรมธรรม์ของคุณ การพิจารณาเคลมเป็นไปตามเงื่อนไขกรมธรรม์และการพิจารณาของบริษัทประกัน ถ้ามีคำถามเรื่องกรมธรรม์ที่ซื้อผ่านเรา ติดต่อได้ทาง LINE @unlimit.insure หรือโทร 091-444-5542

ต้องแจ้งเคลมภายในเวลาเท่าไร

ควรแจ้งโดยเร็วหลังเกิดเหตุ ถ้าทำได้ให้แจ้งจากจุดเกิดเหตุ ระยะเวลาที่กำหนดเป็นไปตามเงื่อนไขกรมธรรม์ของคุณ

ต้องแจ้งความทุกครั้งไหม

ไม่เสมอไป โดยทั่วไปกรณีรถหาย ไฟไหม้ หรือมีคนบาดเจ็บ มักต้องมีหลักฐานการแจ้งความ ส่วนกรณีอื่นให้ถามเจ้าหน้าที่บริษัทประกันตอนแจ้งเคลม

เคลมแล้วจะมีผลกับเบี้ยปีหน้าไหม

อาจมีผล โดยทั่วไปประวัติเคลม โดยเฉพาะกรณีที่คุณเป็นฝ่ายผิดหรือไม่มีคู่กรณี อาจส่งผลต่อส่วนลดหรือเบี้ยในการต่ออายุ รายละเอียดขึ้นกับเงื่อนไขของแต่ละบริษัทประกัน

ถ้าหาเบอร์แจ้งเคลมไม่เจอ ทำอย่างไร

ดูหน้าตารางกรมธรรม์และบัตรประกันที่ได้รับ ถ้ายังหาไม่เจอ ติดต่อเราทาง LINE @unlimit.insure หรือโทร 091-444-5542 เพื่อขอข้อมูลกรมธรรม์ของคุณ

อยากรู้ว่าแผนไหนคุ้มครองเหตุการณ์แบบนี้ ลองเปรียบเทียบกับรถของคุณ

เพิ่มรถของคุณ